loading

TNP Cosmeceutical

Original Equipment Manufacturer

Day Cream และ Sunscreen แตกต่างกันอย่างไร ควรมีค่า SPF เท่าไหร่ ?

วันที่แก้ไขล่าสุด: 17/02/2020 | จำนวนผู้เข้าชม: 600

     เวลาไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เคยสงสัยไหมว่า Day Cream กับ Sunscreen มีความแตกต่างกันอย่างไร ทั้งๆที่ Day Cream ซึ่งเป็นครีมบำรุงผิว สำหรับทากลางวัน ก็มีสารบำรุงผิว รวมทั้งผสมสารกันแดด สามารถป้องกันผิวจากแสงแดดได้ แต่ทำไมเราถึงต้องทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวเป็นขั้นตอนสุดท้ายอยู่ดี ลำดับแรกเรามาทำความรู้จัก ค่า PA และ SPF หน้าฉลากผลิตภัณฑ์กันก่อนดีกว่า ว่ามันบอกอะไร?

PA (Protection grade of UVA)
     ค่า PA เป็นค่าบ่งบอกประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ของผลิตภัณฑ์กันแดด แทนค่าด้วยสัญลักษณ์ + ซึ่งรังสี UVA จะทำร้ายผิวให้เกิดริ้วรอย แก่กว่าวัย เกิดจุดด่างดำ

- PA+      ป้องกันรังสี UVA ได้ 1-4 เท่าของผิวปกติ
- PA++    ป้องกันรังสี UVA ได้ 4-8 เท่าของผิวปกติ
- PA+++  ป้องกันรังสี UVA ได้ 8-16 เท่า
- PA++++ ป้องกันรังสี UVA ได้ 16 เท่าขึ้นไป

 

SPF (Sun Protection Factor)
     เป็นหน่วยวัดประสิทธิภาพในการป้องกันผิวจากรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดผิวไหม้แดด โดยคิดจากจำนวนเท่าของเวลาที่ผิวสามารถทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตได้หลังจากทาครีมกันแดด โดยปกติผิวของเราจะทนแสงแดดได้ประมาณ 30 นาที เช่น หากทากันแดดที่มี SPF30 ก็จะทำให้ผิวทนรังสี UVB ได้นานขึ้น 30 เท่า คิดเป็น 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง
     อย่างไรก็ตาม ค่า SPF ที่ได้จากการคำนวณ อาจจะไม่ได้ป้องกันรังสียูวีตามระยะเวลาที่กำหนด เพราะมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพการปกป้องผิวเวลาทาครีมกันแดดอาจลดลง เช่น การถูกชะล้างด้วยเหงื่อ น้ำ หรือเผชิญกับมลภาวะ ซึ่งวิธีทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง และได้ประสิทธิภาพสูงสุด จึงควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง


DAY CREAM ทุกวันนี้ มีดีกว่าแค่บำรุงผิว

     ครีมบำรุงผิวสำหรับทากลางวัน หรือ Day Cream ออกแบบมาเพื่อตอบโจทก์การบำรุงผิวที่สะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลาในการลงครีม ไม่ต้องทาซ้ำซ้อนหลายตัว ซึ่งโดยมากเป็นเนื้อครีมที่ไม่เหนียว เหนอะหนะ สามารถซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้เร็ว รวมทั้งมีส่วนผสมของสารบำรุงหลากหลายชนิดที่จำเป็นต่อผิว โดยเน้นเรื่องความชุ่มชื้น และความกระจ่างใส นอกจากนี้ Day Cream ส่วนใหญ่ จะใส่สารกันแดดมาในระดับหนึ่งด้วย เพื่อให้เพียงพอต่อการปกป้องผิวในชีวิตประจำวันที่ไม่ต้องเผชิญแสงแดดมาก แต่ทั้งนี้ถ้าต้องออกไปข้างนอก เผชิญแสงแดดจัด ควรต้องทาครีมกันแดด เพื่อให้สามารถปกป้องผิวได้ดีที่สุด เพราะธรรมชาติของ Day Cream ที่เป็นครีมบำรุงผิว เน้นซึมซาบเร็ว สบายผิว ล้างออกง่ายด้วยน้ำเปล่า หรือ โฟมล้างหน้า ดังนั้นสูตรเนื้อครีมจึงมีความแตกต่างจากครีมกันแดด ที่มีคุณสมบัติกันน้ำ กันเหงื่อ ในระดับหนึ่ง เพื่อป้องกันการหลุดลอกระหว่างวัน

ค่าป้องกันรังสียูวีที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ Day Cream คือ SPF 15 – 25 และ PA ++ ซึ่งเป็นค่าที่ผลิตภัณฑ์ Day Cream ส่วนใหญ่ในท้องตลาดนิยมใช้ และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าให้ประสิทธิภาพการป้องกันรังสียูวีเพียงพอ รวมทั้งทำให้ง่ายในการทำความสะอาดผิวมากกว่าการใช้ค่า SPF สูง เพราะหากค่า SPF สูงเกินไป อาจจะต้องใช้คลีนซิ่งในการทำความสะอาดเพื่มจากการใช้โฟมล้างหน้าปกติ


SUNSCREEN จำเป็นแค่ไหนสำหรับผิว


ที่มาภาพ : delltech.com/blog/sunscreen-ban-in-hawaii

     อย่างที่เราทราบกันดีว่า เมืองไทยเป็นเมืองร้อน แสงแดดจัด รังสียูวีมีอยู่ทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่ในที่ร่ม ซึ่งความร้อนและรังสียูวีสามารถทำลายผิวเราให้ไหม้ คล้ำเสีย สูญเสียความชุ่มชื้นในผิว รวมทั้งเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนังอีกด้วย ซึ่งเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดได้ ดังนั้นค่า SPF ใน Day Cream เพียงอย่างเดียว จึงไม่เพียงพอต่อการปกป้องผิวได้ จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราจึงจำเป็นต้องทาครีมกันแดด ก่อนออกแดดทุกครั้ง ซึ่งข้อมูลจาก marketresearch.com เปิดเผยว่า ตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มกันแดดในประเทศไทย มีการเติบโตสูงถึง 14% ต่อปี โดยเราสามารถแบ่งประเภทของครีมกันแดด ตามกลไกการป้องกันแสงแดด ได้ดังนี้

1. Physical Sunscreen
มีคุณสมบัติปกป้องผิวด้วยการเคลือบผิว และสะท้อนรังสี
UV ออกจากผิวหนัง สารสำคัญคือ Zinc oxide และ Titanium Dioxide เมื่อทาครีมกันแดด สามารถปกป้องผิวได้ทันที

2. Chemical Sunscreen
มีคุณสมบัติในการดูดซับรังสี
UV ไม่ให้ทะลุผ่านไปยังผิวหนัง มีสารกรองแสงสำคัญ คือ Avobenzone และ Octocrylene ให้ประสิทธิภาพสูง ลดความเสี่ยงจากรังสี UV เล็ดลอดเข้ามาทำร้ายผิว

3. Hybrid Sunscreen
เป็นการรวมสารกันแดดทั้ง Physical และ Chemical เข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถป้องกันรังสียูวีได้ครอบคลุม ตั้งแต่ UVA I, UVA II และ UVB ทั้งนี้ เนื่อองจากสารกันแดดแต่ละชนิด สามารถปกป้องในช่วงของรังสียูวีได้ไม่เท่ากัน เพื่อให้สามารถปกป้องผิวจากรังสียูวีได้มากที่สุด จึงนิยมที่ใช้สารกันแดดมากกว่าหนึ่งชนิดในผลิตภัณฑ์

ค่าป้องกันรังสียูวีที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ Sunscreen คือ SPF 50 และ PA ++++ ด้วยสาเหตุที่คุณสมบัติของครีมกันแดด ต้องสามารถปกป้องรังสียูวีได้มากที่สุด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคด้วย ว่าเผชิญแสงแดดมากน้อยเพียงใด ในกรณีที่เผชิญแสงแดดน้อย อาจพิจารณาค่า SPF ที่ 30-35 และ ค่า PA ++ หรือ +++ ได้เช่นกัน


     หลังจากที่เราเข้าใจความแตกต่างของ Day Cream และ Sunscreen ว่าเป็นอย่างไร จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์ทั้งสองแบบมีความแตกต่างกัน โดย Day Cream จะเน้นไปที่การบำรุงผิว จึงเหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการผลิตภัณฑ์บำรุงในช่วงเวลาเร่งรีบ ใช้ตัวเดียวจบ ในขณะที่กันแดดเหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย สามารถใช้เพื่อปกป้องผิวจากเเสงแดดได้ทุกวัน ดังนั้นการที่เราจะพัฒนาสูตรครีมแบบใด เราจึงควรมีความเข้าใจถึงสินค้ากลุ่มเป้าหมายของเราก่อนว่ามีลักษณะกิจกรรมในชีวิตประจำอย่างไร เพื่อจะได้สร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทก์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด


Note. หลายคนอาจยังมีความเชื่อที่ว่า Chemical Sunscreen ที่มีลักษณะซึมเข้าสู่ผิว เป็นต้นเหตุทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุนี้ 100% เพราะอาการระคายเคืองสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ด้วยสภาพผิวที่แตกต่างกัน ทำให้มีโอกาสแพ้สารแตกต่างกันไป ต่อให้เป็นสารสกัดธรรมชาติก็ตาม แต่การที่เราไม่ปกป้องผิวตนเองเพียงเพราะมีความเชื่อผิด กลับมีผลเสียมากกว่า เพราะนอกจากจะทำร้ายผิวให้หมองคล้ำ ฝ้า กระ แล้ว ยังทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

สินค้าที่ใกล้เคียง

ตะวันออกกลาง ตลาดใหม

ปัจจุบัน ตลาดเครื่องสำอางฮาลาลทั่วโลก มีมูลค่า 1.83 ล้านล้าน

ขายอยู่ดีๆ ครีมแยกชั

กว่าจะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ต้องอาศัยทั้งความทุ่มเทเวล

แกะสูตรครีมแบรนด์ดัง

Natural Power C Miracle Brightening Complex Brightening C Po