loading

TNP Cosmeceutical

Original Equipment Manufacturer

Clean Beauty เทรนด์เครื่องสำอางยุคใหม่ ที่น่าจับตามองในปี 2020

วันที่แก้ไขล่าสุด: 19/02/2020 | จำนวนผู้เข้าชม: 1931

“ความยั่งยืน” กลายเป็นประเด็นที่เราต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทุกวันนี้โลกของเราแย่ลง สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม จากการใช้ทรัพยากรแบบไม่รู้จักพอ และการกระทำของน้ำมือมนุษย์ ทั้งปัญหาโลกร้อน ปัญหาขยะไมโครพลาสติกในทะเล ที่กระทบห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ทั่วโลก ปัญหาสภาพแวดล้อมจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนต้องช่วยกัน ลองมองดูรอบๆตัวเรา หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยยกเลิกการใช้ถุงพลาสติก บริษัทหลายๆแห่งหันมาทำ CSR กิจกรรมเพื่อสังคมด้วยการปลูกป่า ร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี หรือถ้าย้อนดูเทรนด์เครื่องสำอางในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่า เทรนด์เครื่องสำอาง Organic ที่ไม่ใช้สารเคมี รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ Vegan ที่ห้ามใช้ส่วนผสมจากสัตว์ ล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เน้นความปลอดภัยของผู้บริโภคในการใช้งานผลิตภัณฑ์ จึงทำให้

ในปี 2020 เกิดเทรนด์กระแสความงามใหม่ ที่เรียกว่า “Clean Beauty”

ที่มาภาพ asia.in-cosmetics.com

ตลาดความงามวันนี้ ผู้บริโภคต้องการอะไรกันแน่ ?

     เมื่อดูข้อมูลจากการสำรวจตลาดโดย Mintel พบว่า สินค้าความงามในท้องตลาดประเทศไทย ไม่ใช่เป็นครีมไวท์เทนนิ่งหรือผลิตภัณฑ์ที่เห็นผลลัพธ์ไวอย่างที่เราเข้าใจ แต่กลับเป็นผลิตภัณฑ์มาจากธรรมชาติ สมุนไพรต่างๆ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคทุกวันนี้ไม่ได้ต้องการผลิตภัณฑ์ที่เห็นผลลัพธ์ในช่วงข้ามคืนแต่มีความเสี่ยง หากแต่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่เห็นผลลัพธ์จริงและมีความปลอดภัยต่อผิวมากกว่า สอดคล้องกับข้อมูลจาก global data และ Vogue.fr ที่ระบุตรงกันว่า ผู้บริโภคยุคมินเลนเนี่ยม (Millennials) และ gen z ต่างหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญ กับการเลือกผลิตภัณฑ์ความงามที่มีความปลอดภัยต่อผิวมากขึ้น


ที่มาภาพ Mintel.com

ความแตกต่างระหว่าง Clean Beauty กับ Organic และ Vegan

     ปัจจุบันเครื่องสำอางแนวธรรมชาติในท้องตลาด มีทั้งที่เคลมว่าเป็น Natural, Organic และ Vegan สรุปแล้วมันแตกต่างกับเทรนด์กระแส Clean Beauty อย่างไร ก่อนอื่น เรามานิยามลักษณะและจุดเด่นของเครื่องสำอางแนวธรรมชาติแต่ละแบบกันก่อน


● Natural เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติ เป็นพืช ผัก ผลไม้จริง แต่ถ้าผักและผลไม้นั้น ถูกฉีดยาฆ่าแมลง ใส่ปุ๋ยเคมี หรือทำ GMO ก็ยังถือว่าเป็นเครื่องสำอาง Natural ขอเพียงแค่แหล่งที่มาของวัตถุดิบมาจากธรรมชาติ

● Organic หมายถึง เครื่องสำอางที่ต้องใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ปราศจากการใช้สารเคมีและสารสังเคราะห์ ทั้งในดินที่เพาะปลูก แหล่งน้ำ ตลอดจนอากาศในบริเวณการเพาะปลูก และต้องมีวัตถุดิบเหล่านี้ในส่วนประกอบโครงสร้างสูตรไม่น้อยกว่า 95% อีกทั้งต้องไม่มีการใช้สารเคมีสังเคราะห์ในทุกกระบวนการผลิต

● Vegan หมายถึง ผลิตภัณฑ์ความงามที่มีส่วนประกอบ วัตถุดิบ สารสกัด ที่ได้จากธรรมชาติหรือเป็นสารสังเคราะห์ ปราศจากส่วนผสมที่มาจากส่วนต่างๆของสัตว์ หรือใช้สัตว์ในการทดลอง เช่น ขี้ผึ้ง คอลลาเจนสกัดจากปลาทะเล เป็นต้น

     อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง Natural, Organic และ Vegan ก็ยังมีโอกาสทำให้ผิวของเราเกิดการระคายเคืองได้ เนื่องจากในผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อ อาจมีสารบางชนิดไม่ถูกกับผิวหนัง จึงทำให้เกิดการระคายเคือง ผื่นแพ้ ผื่นแดงบนผิว นอกจากนี้อาจเกิดจากสารอื่นๆ ที่เป็นส่วนประกอบ เช่น สารกันเสียต่างๆ ที่ใส่ในเครื่องสำอาง ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาเครื่องสำอาง ทั้งนี้เราสามารถอ่านฉลาก เพื่อดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งสารกันเสียที่เราควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ สารกันเสียตระกูล Paraben ทั้งหลาย , Methylisothiazolinone , Methylchloroisothiazolinone, Triclosan และ Triclocarban

     ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ Clean Beauty จะให้ความสำคัญกับความปลอดภัย อ่อนโยนต่อผู้ใช้ โดยจะไม่มีส่วนผสมของสารต้องห้ามใส่ในเครื่องสำอาง รวมทั้งสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวเป็นส่วนประกอบ ต้องใช้วัตถุดิบ สารสกัดที่มาจากธรรมชาติเพียงเท่านั้น แต่ทั้งนี้ในการผลิตเครื่องสำอางจำเป็นที่จะต้องใส่สารสังเคราะห์บางชนิด ซึ่งในผลิตภัณฑ์ Clean Beauty สารสังเคราะห์ที่ใช้ ต้องผ่านการทดสอบและยืนยันแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ดังนั้น Clean Beauty จึงตอบโจทก์ความต้องการของผู้บริโภคได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์แบบเดิมๆ และถือเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการเครื่องสำอาง

ที่มาภาพ healthandglow.com

     ทั้งนี้เราจะเห็นว่า เทรนด์ความงามทั้งหลาย ที่กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากยุโรปและอเมริกา เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่มีขนาดใหญ่ เป็นผู้นำเทคโนโลยี ดังนั้นผู้ประกอบการที่กำลังสร้างแบรนด์ หรือขยายแบรนด์ จึงควรมองการณ์ไกล เริ่มให้ความสำคัญกับเทรนด์ Clean Beauty เพราะสภาพแวดล้อมที่เสื่อมลงไปทุกวัน ทำให้ผิวของเราถูกทำลาย และแพ้ง่าย จึงต้องการการดูแลโดยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทก์ปัญหาผิวมากขึ้น ซึ่งในอนาคตเครื่องสำอาง Clean Beauty จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันแทนเครื่องสำอางแบบเดิมๆ และแบรนด์เราจะได้เป็นเจ้าแรกๆที่เติบโตไปพร้อมเทรนด์ใหม่นี้ มีโอกาสครองใจกลุ่มผู้บริโภคโกยเงินได้ก่อนใคร เหมือนอย่างที่หลายแบรนด์เคยทำ จนกลายเป็นแบรนด์ดังที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว


ที่มาภาพ bareminerals.co.uk

สารต้องห้ามใช้ในเครื่องสำอาง Clean Beauty มีอะไรบ้าง?

     อันตรายของสารเคมีในเครื่องสำอาง ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ดังนั้นเราควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง โดย harpersbazaar.com ได้รวบรวมรายชื่อสารเคมีในเครื่องสำอาง ที่ควรหลีกเลี่ยง ประกอบด้วย สารกันเสียกลุ่ม Parabens และ Formaldehyde, น้ำหอมและสารแต่งกลิ่นสังเคราะห์ (Fragrances Phthalates) , ส่วนผสมที่มีอลูมิเนียมหรือโลหะหนักเจือปน (Aluminum Compounds) , สารทำความสะอาดกลุ่มอีท็อกซิเลท (Ethoxylated Agents) , สารเคลือบผิว (petrolatum, paraffin) สารไฮโดรควิโนน(Hydroquinone), ทัลคัม(Talc) , ไตรโคลซาน (Triclosan) , ซิลิกา (Silica) และ สารกันแดด ประเภท Oxybenzone นอกจากนี้ ในปัจจุบันสหภาพยุโรปได้ขึ้นทะเบียนสารต้องห้ามใช้ในเครื่องสำอางไปแล้ว มากกว่า 1,300 รายการ ทั้งนี้แต่ละประเทศมีกฏระเบียบที่แตกต่างกัน ดังนั้นสารที่ EU แบน อาจยังใช้ได้ในประเทศอื่นอยู่ อย่างไรก็ตามเราสามารถหลีกเลี่ยงสารเคมีต้องห้ามเหล่านี้ได้ ข้อมูลเพิ่มเติม

 



 

สินค้าที่ใกล้เคียง

4 สารพึงระวัง ดูฉลาก

เครื่องสำอางบางยี่ห้ออาจมีสารที่ทำให้ผิวของเราแพ้ เกิดอาการร

ตั้งชื่อแบรนด์ให้ปัง

ในแต่ละวัน คนเราต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารปริมาณมหาศาล สมองของเ

ขายอยู่ดีๆ ครีมแยกชั

กว่าจะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ต้องอาศัยทั้งความทุ่มเทเวล