loading

TNP Cosmeceutical

Original Equipment Manufacturer

ขายออนไลน์ไม่ได้มีแค่ facebook เทียบหมัดต่อหมัด ecommerce น่าสนใจ ปี 2020

วันที่แก้ไขล่าสุด: 20/01/2020 | จำนวนผู้เข้าชม: 3287

     เมื่อพูดถึงการขายของออนไลน์ หลายๆคนก็จะนึกถึง Facebook เป็นหลัก เพราะด้วยจำนวนคนใช้แอพหลายสิบล้านคนในประเทศไทย รวมถึงลักษณะการใช้งานที่ง่าย จึงทำให้ Facebook กลายเป็นช่องทางในการทำการตลาดและขายของออนไลน์ที่ได้รับความนิยม จนบางครั้งลืมคิดไปว่า ช่องทางขายของออนไลน์ไม่ได้มีแค่ Facebook อย่างเดียว


ที่มาภาพ marketingoops.com

     เมื่อดูช่องทางขายของออนไลน์อื่นๆ จะพบว่า ช่องทาง eCommerce มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ครองส่วนแบ่งในตลาดสูงถึง 35% ของยอดขายออนไลน์ทั้งหมดในปีที่ผ่านมา ที่สำคัญ จำนวนสินค้าที่ขายได้ในปี 2019 ของ ecommerce รายใหญ่อย่าง Lazada, Shopee และ JD Central.com รวมกัน มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2018 ถึง 100 ล้านชิ้น หรือประมาณ 2.4 เท่า !!

     ในด้านของจุดเด่นของ eCommerce กิจกรรมส่งเสริมการขาย ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบในด้านการสร้างยอดขายของแพลตฟอร์ม eCommerce ที่ได้ผลมากกว่าการโพสต์ขายสินค้าผ่านหน้าแฟนเพจบน Facebook อย่างเดียว ซึ่งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่หลากหลาย โดยเฉพาะการมอบสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้า จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าอยากซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มง่ายมากขึ้น ซึ่งทั้ง Shopee และ Lazada ต่างมีกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ช่วยดึงดูดลูกค้า ทั้งโปรโมชั่นแบบ Flash sale, คูปองส่วนลดสินค้าและบริการส่งสินค้าฟรี รวมไปถึงฟังก์ชั่น Live Stream สดขายของ ให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สื่อสารกับลูกค้าโดยตรงเหมือนอย่าง Facebook live ในชื่อ Shopee live และ Laz live

     แต่ถึงอย่างไร แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ยักษ์ใหญ่ในโลกขายออนไลน์ อย่าง Shopee และ Lazada ก็ไม่ได้มีให้ใช้ฟรีๆ เพราะถึงแม้ว่าจะไม่มีค่าสมัครหรือค่าแรกเข้า แต่การจะขายของบนแฟลตฟอร์มหรือเพิ่มการมองเห็นสินค้าของเราบนหน้าฟีด ก็มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายอยู่บ้าง ไม่ค่าจะเป็นค่าคอมมิชชั่นจากยอดขายหรือค่าธรรมเนียมในการดำเนินการต่างๆ บทความนี้ เราจึงจะเปรียบเทียบ ระหว่าง Shopee และ Lazada แบบหมัดต่อหมัด ว่าทั้ง 2 แฟลตฟอร์มนี้ แบบไหนจะน่าสนใจและตอบโจทย์กับแบรนด์คุณมากกว่ากัน


ค่าคอมมิชชั่นการขาย

     สิ่งแรกที่ต้องทราบ คือ ถ้าขายสินค้าลงบนแพลตฟอร์ม ไม่ได้ขายกันฟรี แต่ต้องเสียค่า GP หรือคอมมิชชั่นจากยอดขายด้วย เจ้าของแบรนด์ควรคำนวณต้นทุนของค่าคอมมิชชั่น บวกเข้าไปในต้นทุนสินค้าด้วย

Shopee
คิดคอมมิชชั่นการขาย 3-5%

แล้วแต่กลุ่มสินค้า (สินค้าอิเล็คทรอนิกส์ 3%) สำหรับสินค้าประเภทอื่นๆ 5%)

Lazada
คิดคอมมิชชั่นการขาย 0%

สำหรับบุคคลธรรมดาและร้านค้าออนไลน์ทั่วไปที่ไม่ใช่ LazMall*

*LazMall (ลาซมอลล์) คือแบรนด์ที่ผ่านการตรวจสอบจากทางแพลตฟอร์มในด้านความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ ซึ่งจะได้รับเครื่องมือและตัวช่วยต่างๆในการขายมากกว่าร้านค้าออนไลน์ทั่วไป


เครดิตการจ่ายเงิน

     การขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ จะมีเครดิตการจ่ายเงิน หมายถึง ระยะเวลาที่แพลตฟอร์มจะโอนเงินในการชำระค่าสินค้าหรือบริการสู่บัญชีผู้ขาย ดังนั้นพ่อค้าแม่ค้าจึงต้องศึกษาให้ดี เพราะเกี่ยวข้องกับการบริหารเงินสด

Shopee
สามารถเบิกถอนเงินจากยอดขายได้ตลอดเวลา

ซึ่งจะนับรวมยอดขายที่ผู้ซื้อได้รับสินค้าของท่านและได้กดยอมรับสินค้า หรือ Shopee การันตีของร้านค้าหมดอายุเท่านั้น นอกจากนี้ ยังสามารถจัดการระบบการถอนเงินอัตโนมัติได้ โดยสามารถเลือกได้ว่าจะให้ระบบการถอนเงินอัตโนมัติเข้าสู่บัญชีของท่านทุกอาทิตย์ หรือ เดือนละครั้ง

ระยะเวลาในการทำธุรกรรมหลังจากขอรับเงิน: SCB, KBANK, BBLและ KTB ร้านค้าจะได้เงินภายในวันทำการถอน (ทำรายการถอนเงินก่อนเวลา 11:00) ในกรณีที่เป็นธนาคารอื่นนอกเหนือจากนี้จะโอนให้ในวันทำการรอบถัดไป

 

Lazada
จะตัดยอดรายการทางบัญชีเป็นรายสัปดาห์ (วันจันทร์-วันอาทิตย์)

ซึ่งจะนับรวมยอดขายทั้งหมดของสัปดาห์ที่ผ่านมา และ รวมเฉพาะคำสั่งซื้อที่สินค้าถูกส่งถึงมือลูกค้าอย่างสมบูรณ์แล้วเท่านั้น

ระยะเวลาในการทำธุรกรรมหลังจากขอรับเงิน: แพลตฟอร์มจะโอนเงินให้ร้านค้าในวันจันทร์ของสัปดาห์ถัดไป (ได้รับเงินภายใน 3 วันในการทำการ)


Ads support

Shopee
มีระบบการทำโฆษณา

มีฟังก์ชั่นช่วยโปรโมทสินค้า เรียกว่า My Ads ช่วยให้กลุ่มลูกค้าเห็นสินค้าและเข้าถึงสินค้าของเราได้มากขึ้น โดยมีโฆษณา 3 ประเภท คือ keyword Ads แสดงโฆษณาตามคำค้นหา, Targeting Ads แสดงโฆษณาในประเภทสินค้าที่คล้ายกัน และสินค้าแนะนำประจำวัน และ Shop Ads แสดงหน้าร้านค้าบนหน้าบนสุดของหน้าค้นหา ใช้สำหรับร้านค้าแนะนำและ Mall เท่านั้น

Lazada
ไม่มีระบบการทำโฆษณา

ถึงแม้ว่าจะไม่มีฟังก์ชั่นจัดการโฆษณา แต่หากมองในมุมของความยุติธรรมแก่ร้านค้า ถือว่า Lazada ทำได้ดีมาก เพราะการมองเห็นสินค้าบน Lazada กำหนดด้วยระบบ Seller Reward ซึ่งคำนวณจากคะแนนที่ลูกค้าให้ร้านค้า ซึ่งร้านค้าที่มี Seller Rating ที่ดี จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆในการช่วยโปรโมทร้านค้า  เช่น เพิ่มอันดับการมองเห็นใน Keyword Search เป็นต้น

แนะนำ นอกจากเครื่องมือโฆษณาที่ Shopee และ Lazada มีให้แล้ว เราสามารถใช้เครื่องมือการทำโฆษณาในช่องทางอื่นๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นได้ เช่น Facebook Ads หรือ Google Ads โดยเจ้าของแบรนด์อาจจะเข้าร่วมทำโปรโมชั่นผ่านแพลตฟอร์ม แล้วโปรโมทผ่าน Facebook เพื่อให้ลูกค้าลิงค์ไปทำการสั่งซื้อบนหน้าแพลตฟอร์ม


ช่องทางการส่งสินค้า

     การมีระบบการจัดการออเดอร์ที่สะดวก รวดเร็ว จัดการง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเปิดไล่ดูกล่องข้อความ เหมือนใน Facebook รวมไปถึงการติดตามออเดอร์ของลูกค้าที่ทำได้ง่าย ทั้ง การเช็คสถานะการจัดส่ง ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดตามได้ผ่านในแอพ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ eCommerce เป็นที่นิยม

Shopee
มีบริการให้ผู้ขายจัดส่งสินค้าได้ 2 แบบ

คือ แบบ Pickup ที่ให้เจ้าหน้าที่ไปรับสินค้าที่ร้านค้า กับแบบ Drop-off  ที่ผู้ขายนำสินค้าไปจัดส่งเองที่สาขาศูนย์บริการของทางขนส่งชั้นนำต่างทั้ง Kerry, DHL Domestic, Ninja Van J&T Express และไปรษณีย์ไทย


Lazada
มีบริการให้ผู้ขายจัดส่งสินค้าได้ 3 แบบ

คือ แบบ Pickup , แบบ Drop-off และที่เพิ่มขึ้นมาคือ Fulfilled By Lazada หรือ FBLซึ่งเป็นบริการส่งสินค้าครบวงจรของลาซาด้า โดยให้ผู้ขายนำสินค้ามาเก็บไว้ที่คลังสินค้าของลาซาด้า และเมื่อมีออเดอร์ต้องจัดส่ง ทาง ลาซาด้าจะเป็นคนดำเนินการให้ทั้งหมด ทำให้มีความรวดเร็ว ลดขั้นตอนของผู้ขายด้วย 

*Fulfilled By Lazada หรือ FBL เป็นบริการส่งสินค้า โดยให้ผู้ขายนำสินค้ามาเก็บไว้ที่คลังสินค้าของลาซาด้า และเมื่อมีออเดอร์ต้องจัดส่ง ทาง ลาซาด้าจะเป็นคนดำเนินการให้ทั้งหมด ทำให้มีความรวดเร็ว ลดขั้นตอนของผู้ขายด้วย


     จากบทความข้างต้น ที่เปรียบเทียบ ecommerce ระหว่าง Shopee และ Lazada ช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นข้อแตกต่างของแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น อัตราค่าคอมมิชชั่น เครดิตการจ่ายเงิน , Ads support เป็นต้น รวมทั้งสามารถเลือกแพลตฟอร์ม ecommerce ขายสินค้าออนไลน์ ที่มีความเหมาะสมกับแบรนด์ของตนเอง เพื่อเพิ่มกลุ่มลูกค้าและยอดขายให้มากขึ้น นอกเหนือจากการขายผ่าน Facebook เพียงอย่างเดียว สิ่งที่สำคัญมากที่สุดในการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ก็คือ การบริการที่รวดเร็วและสามารถแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้ ซึ่งจะนำมาสู่การบอกต่อปากต่อปากถึงคุณภาพของสินค้าและบริการจากแบรนด์ของเรา

Trick. รู้หรือไม่ 74% ของลูกค้า ยืนยันว่าการบอกต่อเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องออนไลน์

เราสามารถทำให้การรีวิวออนไลน์ในปัจจุบันเป็นช่องทางในการบอกต่อในเชิงบวกได้ด้วย 3Rs
  - Remind แจ้งเตือน หลังจากลูกค้าได้รับสินค้าเรียบร้อยแล้ว
  - Reward ให้รางวัล ลูกค้าที่เขียนรีวิว ด้วยการส่งวอยเชอร์หรือส่วนลดแทนคำขอบคุณ
  - Respond ตอบกลับ รีวิวทั้งดีและไม่ดีอย่างเหมาะสม ทำให้ทราบว่าเราเปิดรับฟังความเห็นคิด

สินค้าที่ใกล้เคียง

Skincare by Generati

ก่อนที่จะสร้างแบรนด์ เราควรกำหนด Segment กลุ่มเป้าหมายให้ชัด

สำรวจตลาดเครื่องสำอา

ลาวมีพื้นที่ 236,800 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าประเทศไทยครึ่งหนึ

แกะสูตรครีมแบรนด์ดัง

Natural Power C Miracle Brightening Complex Brightening C Po