แชร์

5 เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสำอางให้ปลอดภัย

อัพเดทล่าสุด: 21 มิ.ย. 2024
4738 ผู้เข้าชม

     เครื่องสำอางหรือสกินแคร์ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญของผู้คนส่วนใหญ่ เพราะในยุคปัจจุบันหนุ่มสาวสมัยใหม่มีความใส่ใจและดูแลบุคลิกภาพและภาพลักษณ์ของตนเองให้ดูดีมากขึ้น สังเกตได้จากตลาดเครื่องสำอางที่มีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมลภาวะและสิ่งแวดล้อมต่างๆในโลกปัจจุบันสามารถทำร้ายผิวได้เป็นอยากมาก ผู้คนส่วนใหญ่จึงหันมาดูแลตนเองโดยเริ่มจากการบำรุงผิวภายนอก

     การเลือกซื้อสกินแคร์ก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องตระหนักและใส่ใจพอๆกับการเลือกกินอาหาร เพราะเราต้องใช้สกินแคร์บนผิวหน้าและผิวกาย ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะมีผลเสียอีกมากมายตามมา วันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคดีๆในการเลือกซื้อสกินแคร์อย่างไรให้ปลอดภัยกันค่ะ ไปกันเลย


 1. ตรวจสอบเลขที่จดแจ้งผลิตภัณฑ์ 

     การตรวจสอบเลขที่ผลิตภัณฑ์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการตรวจสอบเครื่องสำอาง ว่ามีแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือหรือไม่ วิธีการตรวจสอบแสนง่ายดาย เพียงพลิกดูด้านหลังของผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจจะอยู่บนกล่อง หรือด้านหลังบรรจุภัณฑ์ของสินค้านั้นๆ สั่งเกตตัวเลข 13 หลัก จากนั้นนำตัวเลขไปกรอกใน ระบบตรวจสอบใบอนุญาตของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตามลิงค์นี้

กรอกหมายเลขจดแจ้ง 13 หลัก จากนั้นให้คลิก ค้นหา

     หากเลขที่จดแจ้งถูกต้องจะพบข้อมูลของสินค้าตัวนั้น นั่นหมายความว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการจดแจ้งและมีข้อมูลผู้ผลิตที่ชัดเจน


 2. เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ 

     ในปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องไปถึงร้านค้าเพื่อซื้อสินค้า เพราะเรามีหลากหลายช่องทางในการเลือกซื้อสินค้า อาทิ แพลทฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ต่างๆ อย่างไรก็ดี หากต้องการซื้อสินค้าผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์ ควรเลือกซื้อจากร้านค้าทางการ หรือ Official Store เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่ซื้อมานั้นเป็นของแท้แน่นอนเช่น Sephora, Beautrium, Eveandboy, Konvy, Watsons, Boots เป็นต้น


 3. ทดสอบอาการแพ้ผลิตภัณฑ์ 

     ควรทดสอบผลิตภัณฑ์ก่อนการนำมาใช้จริง ด้วยการทาผลิตภัณฑ์ในปริมาณเล็กน้อยบริเวณผิวที่อ่อนนุ่มเช่นบริเวณท้องแขน จากนั้นสังเกตอาการ ว่ามีอาการแสบร้อน คัน หรือมีผื่นขึ้นบริเวณที่ทาหรือไม่ แต่หากทดลองแล้วไม่มีอาการดังกล่าวก็สามารถใช้ได้


 4. ตรวจเช็ควันหมดอายุของสินค้า 

     ตรวจสอบวันหมดอายุของสินค้า ดูได้จากกล่องสินค้าหรือบนตัวบรรจุภัณฑ์ ตัวอย่างเช่น

จากตัวอย่างข้างต้น

     Batch No. หรือ Lot. คือ หมายเลขครั้งที่ผลิตในล็อตนั้นๆ
     Mfg. Date. หรือ Manufacturing date คือ วันที่ผลิต
     Exp. Date. หรือ Expiration Date คือ วันหมดอายุ


 5. สังเกตการเปลี่ยนแปลง 

     หมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์ เช่น มีการเปลี่ยนแปลงของบรรจุภัณฑ์หรือไม่ ไปจนถึงเนื้อครีมต่างๆว่ามี สี กลิ่น เปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า หากมีการเปลี่ยนแปลงควรหยุดใช้ทันที

     นี่คือ 5 วิธีเบื้องต้นในการเลือกซื้อ เลือกใช้เครื่องสำอางอย่างง่ายและปลอดภัย หลังจากที่ได้อ่านทริคจบไปแล้วหวังว่าทุกๆท่านจะยอมสละเวลาเช็คก่อนซื้อซักนิด เพราะหากเราพลาดจุดนี้ไปเราอาจจะต้องเสียเงินรักษา เสียเวลา และเสียความรู้สึกไปอีกนานเลยค่ะ หากมีข้อสงสัย หรือพบปัญหาในการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สามารถโทรปรึกษาหรือร้องเรียนได้ที่ สายด่วนผู้บริโภค 1556 ได้เลยนะคะ


บทความที่เกี่ยวข้อง
R&D Talk นักวิจัยขอเล่าเรื่อง EP.29 การโฆษณาเครื่องสำอาง (Cosmetics Advertising) อัปเดทล่าสุดปี พ.ศ.2567
ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ขายดีย่อมต้องมีการโฆษณา ซึ่งเป็นกลยุทธหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ แต่การที่จะโฆษณาเครื่องสำอางได้นั้นก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายการโฆษณาเครื่องสำอาง และปัจจุบันทางกองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตรายได้มีการปรับปรุงคู่มือการโฆษณา ฉบับล่าสุดปี พ.ศ.2567
9 ธ.ค. 2024
Complete Guide เริ่มต้นธุรกิจสปา ตั้งแต่คิดคอนเซปจนถึงเปิดร้าน
เรียนรู้ขั้นตอนสำคัญในการวางแผนทำธุรกิจร้านสปา ตั้งแต่เริ่มต้นคิดคอนเซปต์จนถึงวันเปิดร้านวันแรก เรียนรู้เรื่องการเงิน และการตลาดสู่ความสำเร็จของธุรกิจ
26 พ.ย. 2024
R&D Talk นักวิจัยขอเล่าเรื่อง EP.28 ข้อควรรู้! สารที่ควรหลีกเลี่ยงในเครื่องสำอาง
สารที่ควรหลีกเลี่ยงในเครื่องสำอางมีอะไรบ้าง? ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อหรือเริ่มต้นสร้างแบรนด์ ใน EP.28 นี้ TNP ได้สรุปสารที่ควรหลีกเลี่ยงในเครื่องสำอางประเภทต่างๆ มาให้แบบเข้าใจง่าย
9 ต.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ